สินเชื่อที่อยู่อาศัย กู้ปลูกบ้าน ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูง

สินเชื่อที่อยู่

7 ประเภท สินเชื่อที่อยู่ กับ 5 อัตราดอกเบี้ย ควรรู้

สินเชื่อที่อยู่ บริการหนึ่งที่สถาบันการเงินทุกหัวระแหงควรมี คือ การให้บริการสินเชื่อชนิดต่างๆ หนึ่งในนั้น คือ สินเชื่อเพื่อบ้าน สำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง หรือ อยากแปรเปลี่ยนบ้านให้เป็นทุน สินเชื่อสำหรับบ้าน มักให้วงเงินสูงสุด ไม่เกิน 80% ของราคาประเมิน โดยทางแบงค์มักแบ่งการใคร่ครวญสินเชื่อ แตกต่างกันตามจำพวกของเงินทอง

โดยแต่ละชนิดจะมีเงื่อนไข รวมทั้งการยอมรับวงเงิน และก็อัตราค่าดอกเบี้ยที่ต่างกัน ทางทีมงาน ขอยกตัวอย่าง แบงค์กสิกรไทยดังต่อไปนี้ โดยตามเกณฑ์ของแบงค์กสิกรไทย

7 ประเภท สินเชื่อที่อยู่ กับ 5 อัตราดอกเบี้ย ควรรู้

1. บ้านพร้อมที่ดิน รวมทั้งทาวน์เฮ้าส์

กู้ได้ไม่เกิน 80% ของราคาจำหน่าย และไม่เกิน 80% ของราคาประเมิน (สุดแต่ราคาใดต่ำลงยิ่งกว่า) ช่วงเวลาการคลายจ่ายสูงสุดไม่เกิน 30 ปี 

แฟลตที่หรูหราราคาขายตั้งแต่ห้องละ 500,000 บาทขึ้นไป

2. แฟลตที่หรูหราราคาขายตั้งแต่ห้องละ 500,000 บาทขึ้นไป

ให้กู้ได้ไม่เกิน 80% ของราคาค้าขาย และไม่เกิน 80% ของราคาประเมิน (สุดแท้แต่ราคาใดที่ต่ำกว่า) ช่วงเวลาการคลายจ่ายสูงสุดระบุ ดังต่อไปนี้

  • ราคาซื้อขายแลกเปลี่ยนต่ำ ยิ่งกว่า 1.0 ลบ. ระบุช่วงเวลาการคลายจ่ายสูงสุด ไม่เกิน 25 ปี
  • ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 1.0 ลบ.ขึ้นไป ระบุช่วงเวลาการผ่อนคลายจ่ายสูงสุด ไม่เกิน 30 ปี
ตึกการค้าขาย – สินเชื่อที่อยู่อาศัย

3. ตึกการค้าขาย สินเชื่อที่อยู่อาศัย

กู้ได้ไม่เกิน 80% ของราคาค้าขาย และไม่เกิน 80% ของราคาประเมิน ( สุดแท้แต่ราคา ใดต่ำลงมากยิ่งกว่า ) ช่วงเวลาการคลายจ่ายสูงสุดไม่เกิน 30 ปี สินเชื่อกู้บ้านต้องคำนวณ

ก่อสร้างที่พักอาศัยบนที่ดินของตน

4. ก่อสร้างที่พักอาศัยบนที่ดินของตน

กู้ได้ไม่เกิน 100% ของราคาค่าก่อสร้าง แต่ว่าไม่เกิน 80% ของราคาประเมินที่ดิน พร้อมสิ่งก่อสร้าง ช่วงเวลาการคลายจ่ายสูงสุดไม่เกิน 30 ปี

เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงที่พักอาศัย

5. เพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงที่พักอาศัย

กู้ได้ไม่เกิน 100% ของราคาประเมินส่วนที่เพิ่มเติม และไม่เกิน 80% ของราคาประเมินบ้าน และที่ดิน วงเงินกู้สูงสุด ไม่เกิน 5.0 ล้านบาท ช่วงเวลาผ่อนหนี้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี

รับโอนลูกค้าสินเชื่อที่อยู่ที่อาศัยจากแบงค์หรือสถาบันการเงินอื่น (Refinance)

6. รับโอนลูกค้าสินเชื่อที่อยู่ที่อาศัยจากแบงค์หรือสถาบันการเงินอื่น (Refinance)

แบงค์ตั้งเงื่อนไขการกู้ยืม และก็อัตราค่าดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับกรุ๊ปลูกค้า Refinance

การกู้เพื่อซื้อที่ดินเปล่า

7. การกู้เพื่อซื้อที่ดินเปล่า

ต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ดังนี้

  • 7.1 เพื่อซื้อที่ดินเปล่าเฉพาะในโครงการที่ธนาคารให้การสนับสนุน
  • 7.2 เพื่อซื้อที่ดินไม่ไว้สำหรับในการขยายที่อยู่ที่อาศัยเดิมออกไป ตามความต้องการเพื่อการพำนัก ระบุหลักเกณฑ์การให้กู้สำหรับข้อ 7.1 – 7.2 ดังต่อไปนี้
    • 1) ให้กู้ได้ไม่เกิน 70% ของราคาประเมินที่ดิน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท
    • 2) ระบุพื้นที่ไม่เกิน 3 ไร่
    • 3) ช่วงเวลาการคลายจ่ายสูงสุดไม่เกิน 10 ปี 7.3 เพื่อซื้อที่ดินไม่จากการปรับปรุงแก้ไขหนี้สินของแบงค์นั้นๆ
  • 7.4 เพื่อซื้อที่ดินไม่จากการประมูลขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี (เป็นสินทรัพย์จำนำของแบงค์นั้นๆ)
  • 7.5 เพื่อซื้อที่ดินไม่ที่เป็นสินทรัพย์รอคอยการค้าขายแบงค์นั้น และบริษัทบริหารทรัพย์สิน ที่แบงค์กสิกรไทยก่อตั้งขึ้น ดังต่อไปนี้ ระบุหลักเกณฑ์การให้กู้สำหรับข้อ 7.3 – 7.5 ดังต่อไปนี้
    • 1) ให้กู้ได้ไม่เกิน 90% ของราคาค้าขายและไม่เกิน 85%ของราคาประเมิน
    • 2) วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน10 ล้านบาท โดยทรัพย์สมบัติควรมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่
    • 3) ช่วงเวลาการคลายจ่ายสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
หลักเกณฑ์การให้กู้สำหรับที่พักที่อาศัยตามกฎระเบียบธนาคารชาติ

8. หลักเกณฑ์การให้กู้สำหรับที่พักที่อาศัยตามกฎระเบียบธนาคารชาติ

  • ในกรณีที่อาศัยราคาแพงค้าขายตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป กำหนดให้กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 80% ของราคาซื้อขายแลกเปลี่ยน (ที่พักอาศัยทุกหมวดหมู่)
  • ในกรณีที่หลักประกันเป็นแฟลต ราคาซื้อขายแลกเปลี่ยนน้อยกว่า 10 ล้านบาท กำหนดให้กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาจำหน่าย
  • ในกรณีที่หลักประกันเป็นบ้านแนวระดับราคาจำหน่ายต่ำยิ่งกว่า 10 ล้านบาท กำหนดให้กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 95% ของราคาจำหน่าย (ข้อมูลที่ได้รับมาจาก แบงค์กสิกรไทย ในวันที่ 27 เดือนมกราคม 58) อัตราค่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืม แม้แบ่งออกตามการใช้คุณประโยชน์ต่างๆ ที่ได้รับจากแบงค์ สามารถแบ่งได้ ดังต่อไปนี้
  • MOR (Minimum Overdraft Rate) เป็นอัตราค่าดอกเบี้ยอย่างน้อยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บลูกค้ารายใหญ่เกรดเอ ในจำพวกวงเงินเบิกเกินบัญชี (O/D) เพื่อหมุนวนธุรกิจ ปัจจุบันนี้มีอัตราค่าดอกเบี้ยเฉลี่ย 7.89 % ต่อปี
  • MLR (Minimum Loan Rate) เป็นอัตราค่าดอกเบี้ยอย่างต่ำที่แบงค์เรียกเก็บลูกค้ารายใหญ่คุณภาพดี เหมาะสมกับเงินกู้ยืมระยะยาวที่มีระบุช่วงเวลาที่แน่ๆ ได้แก่ สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ ปัจจุบันนี้มีอัตราค่าดอกเบี้ยเฉลี่ย 7.29 %ต่อปี
  • MRR (Minimum Retail Rate) เป็นอัตราค่าดอกเบี้ยอย่างน้อยที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บลูกค้ารายย่อยชั้นเลิศ ได้แก่ สินเชื่อส่วนตัว สินเชื่อที่พักอาศัย ฯลฯ ปัจจุบันนี้มีอัตราค่าดอกเบี้ยเฉลี่ย 8.5 %ต่อปี
  • อัตราค่าดอกเบี้ยสูงสุด กรณีผิดนัดจ่ายหนี้ ลูกหนี้ที่ดีควรจะจ่ายและชำระหนี้คืนตามที่ได้กำหนด กรณีไม่จ่ายคืนตามที่กำหนดในหนแรก พื้นฐานจะมีการตักเตือน ต่อไปถ้าหากยังคงไม่ใช้หนี้คืน นับได้ว่าเป็นลูกหนี้ผิดนัด แบงค์สามารถใช้อัตราค่าดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเรียกเก็บลูกหนี้รายนั้น ปัจจุบันนี้มีอัตราค่าดอกเบี้ยเฉลี่ย 25.09 % ต่อปี
  • อัตราค่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต แบงค์ใช้เรียกเก็บจากผู้ใช้บัตรเครดิตนั้นๆ ปัจจุบันนี้มีอัตราค่าดอกเบี้ยเฉลี่ย 19.29 %ต่อปี

เอกสารการคลัง & แนวทางอนุมัติสินเชื่อแบงค์ ( 5’C) การเตรียมเอกสารการคลังให้พร้อม ดูอย่างกับว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง สำหรับในการยื่นกู้ขอสินเชื่อแบงค์ เนื่องจากความน่าไว้ใจด้านการเงิน ย่อมแสดงถึงความฃตั้งใจจริง ที่จะดำเนินธุรกิจธุรกิจให้บรรลุความสำเร็จ เวลาเดียวกัน ก็สร้างความมั่นใจ และความเชื่อมั่นแก่แบงค์ถึงความรู้ความเข้าใจ สำหรับการจ่ายใช้คืนหนี้สินได้ สิ่งนี้เองที่ทำให้เห็นว่า แบงค์ต้องการบริการเงินกู้ยืมด้วยความยินดีด้วยความเต็มใจ

สินเชื่อเพื่อประกอบธุรกิจ โดยใช้ อสังหาฯ รับรอง ปัจจุบันนี้สินเชื่อที่พักที่อาศัยมีอยู่หลายชนิด ตามสิ่งที่จำเป็นของลูกค้าสำหรับในการขอสินเชื่ออสังหาฯ ส่วนมากที่พบเจอได้ทั่วๆ ไป จะเป็นสินเชื่อบุคคล ในแบบอย่างกู้ซื้อบ้านเป็นหลัก บ้างก็เป็นการกู้ซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างบ้าน การยืมซื้อคอนโด การกู้ยืมซื้อบ้าน NPL ของแบงค์เอง รวมถึงการยืม เพื่อนำปรับแก้ตบแต่งบ้าน แต่ว่าในอีกด้านหนึ่ง จะเป็นลูกค้าที่ประกอบธุรกิจ ข้อบังคับ ในสัญญาเช่าบ้าน